THAI    I    ENG
Location Site :
 
 
Last Update :  
 
 
 
Knowledge
 
 
MappointAsia: ต้องพร้อมทุกเมื่อ
 
 
 
        ในฐานะที่คลุกคลีกับแวดวงผู้ใช้บริการ GPS วงการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนมาเป็นเวลานานทำให้ มล.ศักดิ์สิริ  กฤดากร  ประธานกรรมการบริหาร บริษัทแมพพ้อยท์เอเซีย(ประเทศไทย) จำกัดเข้าใจถึงทิศทาง  และอนาคตของการใช้ GPS ในสังคมการใช้ แบบไทยๆ
        ทิศทางในการพัฒนาของ  GPS  นั้นไม่สามารถหยุดยั้งอยู่ได้  เนื่องจากการแข่งขันในตลาด ยังแข่งขันในส่วนของฮาร์ดแวร์กันเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะด้านราคา จนทำให้เกิดสงครามราคา แข่งขันกันอย่างรุนแรง จนกระทั้งค่ายใหญ่ๆในวงการ ต่างต้องปรับบทบาท และท่าทีในการทำตลาดของตนขึ้นมาใหม่ แต่เนื่องด้วยการแข่งขันในวงการนี้จะต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในกิจกรรมด้านต่างๆมากขึ้น เช่นเดียวกับทางด้านซอฟท์แวร์ โซลูชั่นต่างๆนั้น สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงอย่างมากก็คือ เราจะต้องมีการพัฒนากระบวนการ ให้เทคโนโลยีด้านต่างๆ สามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว
        อย่างไรก็ตาม หากจะหวังให้วงการนี้มีระเบียบในการดำเนินการนั้น เรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี คือการวางระเบียบให้มีความชัดเจน และระเบียบที่จะกำหนดขึ้นมานั้น ก็จะต้องให้เหมาะสมกับโอกาส และถูกต้องตามปัจจัยแวดล้อมต่างๆ
       แมพพ้อยท์เอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งโดยมืออาชีพด้านการทำแผนที่ และนักพัฒนาซอฟแวร์ด้านการทำแผนที่ด้วยแนวคิดและผลิตภัณฑ์ ซึ่งพัมนาขึ้นเอง ทำให้แมพพ้อยท์เอเซีย มีศักยภาพที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติและเป็นหนึ่งในบริษัทไม่กี่แห่งในประเทศไทย ที่สามารถส่งออกเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
        การพัฒนาด้าน GIS ของไทยนั้นถือว่าพัฒนาข้ามขั้นอย่างรวดเร็ว เพราะการวางเครือข่าย Network เมื่อเปรียบเทียบกับทางมาเลเซีย ของไทยได้รับความนิยมมากกว่า ซึ่งเราคงต้องมีการพัฒนาในส่วนของซอฟท์แวร์ ออกมาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น เพื่อที่จะสร้างความชัดเจนทางด้านการตลาดไปในตัวด้วย สิ่งสำคัญของ วงการนี้คือ ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่ใช่ปล่อยให้ทุกฝ่าย ต่างฝ่ายต่างทำกัน
        ส่วนแนวทางการพัฒนาด้าน GPS ของตลาดระบบนำทาง น่าจะมีทิศทางไปได้อีกไกล ในการใช้กับกิจการรถยนต์ค่ายใหญ่อย่างเช่น โตโยต้า ฮอนด้า จะมีโอกาสบูมได้อย่างมาก สำหรับ Handheld Device ทั้งหลาย ในส่วนของโทรศัพท์มือถือนั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเรื่อง GPS ที่จะมีระบบนี้เพิ่มเติมขึ้นมา ถือว่าเป็นการติดตั้งงานประเภทนี้ครั้งแรกในเอเซีย
       อย่างไรก็ตามกระบวนการ Tracking ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบ Fleet Management เท่านั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ก็คือทำอย่างไรจึงจะทำให้การจัดส่งนั้นไปถึงมือผู้รับได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และถูกต้องมากที่สุด ส่วนการวางแผนการจัดส่ง โดยระบบ Tracking ของทางบริษัทนั้น จะใช้ระบบ Alert Date เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าหน้าจอ ส่วนกล่องดำของทางบริษัทจะเป็นทั้ง Real Time และเป็น Locker ด้วย ตัวเก็บข้อมูลจะจัดเก็บทุกวินาที เร็วที่สุดคือ 2 วินาที อย่างรถที่ติดตามขบวนเสด็จพระมหากษัตริย์ และราชวงค์ ทั้ง 25 ประเทศ ที่เสด็จเยือนประเทศไทย ครั้งงานฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 ปีนั้น ก็ใช้ระบบ GPS Tracking ในการติดตามและแสดงตำแหน่งของยานพาหนะ เพื่อจัดขบวนเสด็จของแต่ละพระองค์ จากทางบริษัทเช่นกัน
 
       การใช้งาน GPS ในไทยนั้นอาจแบ่งเป็น 3 ระดับคือ ตลาดขนส่งสินค้าโดยทั่วไป แต่ตลาดอีก 2 ส่วนที่ทางบริษัทให้ความสนใจอย่างมากในช่วงหลังนั้นก็คือ งานด้านรักษาความปลอดภัย (Security) รวมถึงการระบบป้องกันขโมยด้วย และอีกด้านที่สำคัญก็คือ ประกันภัยรถยนต์ โดยตอนนี้บริษัทประกันภัยรถ ได้นำเทคโนโลยี Dispatching Call Center (ระบบศูนย์สั่งการ) ไปใช้มากกว่า 6 บริษัทแล้ว ซึ่งทำให้การบริการลูกค้าจะบริษัทประกันภัยรถ มีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
 

ขอบคุณที่มาจาก ::   บทสัมภาษณ์ ม.ล. ศักดิ์สิริ กฤดากร ประธานกรรมการบริหาร บ.แมพพ้อทย์เอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด จากหนังสือพิมพ์ ทรานสปอร์ต เจอร์นัล คอลัมน์ โลจิสติกส์

 
TOP
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  >> Back to Homepage
Counter :  counter stats
 
     
 
Copyright 2007 © MappointAsia (Thailand) Co.,Ltd. Please send any comments to: webmaster@mappointasia.com